Now Reading:

Road Trip หลากฤดูที่ Scottish Highlands

สก็อตแลนด์คงจะต้องยกความดีความชอบให้กับ เจมส์ บอนด์ หรือ พยัคฆ์ร้าย 007 ภาค Skyfall ที่พาผู้ชมไปรู้จักกับถิ่นฐานบ้านเกิดของบอนด์ ในดินแดน สก็อตติช ไฮแลนด์ส (Scottish Highlands) และอีกครั้งกับมิวสิควิดีโอ Sign of the Times ของหนุ่ม Harry Styles ที่ทำให้คนทั่วโลกได้เห็นความสวยงามของดินแดนแห่งที่ราบสูงทางตะวันตกเฉียงเหนือของสก็อตแลนด์ ที่ควรค่ากับการมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง

Scottish Highlands

ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่มีทั้งทะเลสาบ ที่ราบสูง หุบเขา และ ป่าสน ครอบคลุมหลายพื้นที่ การเดินทางใน Scottish Highlands ที่สะดวกที่สุดจึงเป็นการขับรถเที่ยวเอง ถนนหนทางถือว่าสะดวกมาก มีเส้นทางบอกชัดเจนทั้งใน Google Map และ GPS (ถ้าเช่ามาพร้อมกับรถ) ถือว่าง่ายกว่าการขับรถในเขตเมืองที่การจราจรไม่แน่นอนเสียอีก

จุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่เกาะสกาย หรือ Isle of Skye เกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสองของสก็อตแลนด์ ถึงแม้ว่าเกาะสกายจะเป็นจุดหมายยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว แต่ความไพศาลของธรรมชาติที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งเกาะทำให้จุดชมวิวแต่ละแห่งค่อนข้างจะเงียบสงัด มีความเป็นส่วนตัวสูง ผู้มาเยือนสามารถสัมผัสความงดงามแท้จริงของธรรมชาติได้อย่างไม่ถูกรบกวน

การเลือกเส้นทาง แนะนำว่าให้เริ่มต้นจากเมืองใหญ่ของสก็อตแลนด์อย่าง Edinburgh หรือ Glasgow เนื่องจากมีตัวเลือกในการเช่ารถมากกว่าเมืองเล็ก ๆ และยังสามารถนั่งรถไฟหรือเครื่องบินภายในประเทศตรงจากลอนดอนมาได้ค่อนข้างสะดวก

การเดินทางขึ้นเหนือในช่วงกลางเดือนมีนาคม เปรียบเหมือนการเดินทางผ่านสามฤดูที่แตกต่าง ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูฝน ไปจนฤดูหนาว ได้เห็นทิวทัศน์แปลกตาของเขาลูกเดิม ที่วันหนึ่งเป็นทุ่งสีน้ำตาล แต่มาอีกวันเป็นเขาที่ถูกหิมะปกคลุมเป็นสีขาวโพลนใต้ฟ้าทะมึน ถ้าไม่ได้สังเกตเส้นทางดี ๆ ก็อาจจะจำแทบไม่ได้ว่าเคยแวะจุดชมวิวแห่งนี้มาแล้ว

มุมเดียวกันสองวันให้หลัง

Google map route from Glasgow to Skye
ไม่ว่าจะเริ่มต้นจาก Edinburgh หรือ Glasgow ก็จะสามารถเดินทางผ่านอุทยานแห่งชาติทางตอนกลางประเทศที่ชื่อ ล็อก โลมอนด์ (Loch Lomond) ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานจะเป็นป่าบนพื้นที่ราบ ประกอบกับทะเลสาบกว้างที่นับว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในสหราชอาณาจักร นอกจากชมวิวแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถตั้งแคมป์ เล่นกอล์ฟ ปั่นจักรยาน หรือเล่นกีฬาทางน้ำ ตั้งแต่พายเรือคายัค เจ็ทสกี สปีดโบ้ท ไปจนล่องเรือสำราญ แต่ทั้งหมดนี้ แนะนำว่าให้ศึกษาข้อมูลบนเว็บไซต์ของอุทยานล่วงหน้าก่อนมา เนื่องจากแต่ละช่วงของปีจะมีกิจกรรมแตกต่างกันตามสภาพอากาศ

เมื่อขึ้นเหนือตามถนน A82 มาเรื่อย ๆ ก็จะผ่าน Glen Coe ซึ่งเป็นหุบเขาขึ้นชื่อของไฮแลนด์ส ใครที่เป็นแฟนแฮรี่ พอตเตอร์ฉบับภาพยนตร์ สามารถแวะไป Glenfinnan Viaduct หรือสะพานรถไฟแบบหัวรถจักรไอน้ำโบราณ ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำฉากรถไฟของฮอกวอตส์ในแฮรี่ พอตเตอร์ถึงสี่ภาคด้วยกัน แนะนำว่าควรเผื่อเวลาในการเดินเข้าไปถึงบริเวณสะพานสักพัก เพราะลานจอดรถค่อนข้างไกล และยังมีรั้วกั้นไว้อีกด้วย

ถ้าตัดสินใจที่จะแวะ Glenfinnan Viaduct หลังจากชื่นชมสะพานเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะเดินทางต่อไปเกาะสกาย แนะนำว่าควรตั้งเส้นทางบน GPS ให้ผ่าน Kyle of Lochalsh เท่านั้น เนื่องจากปกติ GPS จะคำนวณระยะเดินทางที่ใกล้ที่สุด และจะบังคับให้เราขับไปท่าเรือข้ามฟาก ซึ่งเส้นทางนี้สั้นกว่าก็จริง แต่ด้วยความที่ต้องมีการขึ้นเรือข้ามฟาก ตารางเรืออาจไม่ตรงกับทริปที่แพลนไว้ หรือสภาพอากาศอาจไม่เป็นใจให้เรือออกจากท่าได้ ดังนั้นเพื่อความแน่ใจ ยอมขับอ้อมหน่อยแต่ไปข้ามสะพานไปยังเกาะสกายที่ Kyle of Lochalsh จะดีกว่า

การขับเที่ยวรอบเกาะสกายสามารถทำได้ในไม่เกินครึ่งวัน แต่เอาเข้าจริงเวลาจะหมดไปกับการแวะหยุดตามจุดชมวิวต่าง ๆ กับการเดินเขา ที่ช้าเร็วแล้วแต่กำลังของแต่ละคน ถ้าเน้นขับรถ เที่ยวภายในหนึ่งวันเต็มก็เหลือเฟือ แต่ถ้าเดินทางช่วงฤดูหนาวควรเริ่มวันแต่เช้า หรือไม่ก็ค้างที่เกาะสกายสักคืน เนื่องจากพระอาทิตย์ตกเร็ว และการขับรถในเวลากลางคืนอาจไม่ค่อยปลอดภัย เพราะตลอดเส้นทางที่ค่อนข้างจะคดเคี้ยวนั้นไม่มีไฟข้างถนน

Google map route around Skye
เราเริ่มต้นการเที่ยวเกาะสกายกันที่เมืองพอร์ททรี (Portree) ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมาหาที่พำนักพักพิงกัน เนื่องด้วยเป็นเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยร้านค้า ท่าเรือ โรงแรม และยังมีทิวทัศน์สวยงามของท่าเรือกับแนวอาคารสีพาสเทลตีนเนินเขาเขียว หากมีเวลาเหลือยังสามารถต่อเรือจากเมืองพอร์ททรีออกไปยังเกาะ Raasay และ Rona ได้อีกด้วย

พักเติมพลังให้เต็มท้องก่อนออกเดินทางต่อไปยัง Storr หรือแนวเนินหินที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทร Trotternish เมื่อมองจากระยะทางไกล จุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่ Old Man of Storr หินตั้งขนาดใหญ่หลายก้อนทางด้านข้างของ Storr ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์ของเกาะสกายเลยทีเดียว จากจุดจอดรถ ถ้าต้องการขึ้นไปถึงยอด จะต้องเดินเท้าต่ออีก 3.8 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงสิบห้านาที

ก่อนไปแนะนำว่าควรศึกษาสภาพอากาศเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทางกันให้ดี เพราะในหน้าหนาวทางเดินจะมีหิมะและน้ำแข็งปกคลุม เส้นทางเป็นเพียงขั้นหิน ไม่มีบันไดชัดเจน อาจทำให้ไม่สะดวกสำหรับการเดินขึ้นเขา ยิ่งถ้าหิมะตก ทางเดินจะลื่นมากและอาจทำให้ทัศนวิสัยต่ำ ขึ้นไปแล้วอาจจะเห็นเพียงเมฆหมอก แต่ถ้าไปวันที่แดดออก ทิวทัศน์จากบนยอด Old Man of Storr นั้นถือเป็นภาพที่งดงามที่ให้ความรู้สึกว่า I’m on top of the world จริง ๆ

ทางเดินขึ้น Old Man of Storr ในวันแรกที่หิมะตก เทียบกับวันที่สองที่ฟ้าใส

ต่อกันที่ Mealt Falls หรือน้ำตกสูง 55 เมตรที่ไหลมาจากทะเลสาบ Mealt ซึ่งอยู่ด้านหลังของน้ำตก ด้วยความที่เป็นน้ำตกที่ไหลลงสู่ทะเลเลยทำให้จุดชมวิวค่อนข้างจำกัด แต่ด้วยหน้าผารายล้อมบริเวณเป็นสัน จึงได้วิวพาโนรามาครบ 360 องศา มองเห็นตั้งแต่ทะเลไปจนถึงทางน้ำของทะเลสาบ Mealt เลยทีเดียว

เราวางเส้นทางการขับรถรอบเกาะผ่านจุดท่องเที่ยว Quiraing, Fairy Glen, และ Dunvegan ตามลำดับ โดย Quiraing จะมีลักษณะคล้ายกับ Old Man of Storr ด้วยสันเขาที่เป็นหินตั้ง ต้องเดินขึ้นลงเขากว่า 6.8 กิโลเมตร (ไปกลับ)

Image © Dave Mitchell

Image © Guillaume

Fairy Glen คือ Quiraing ขนาดย่อมที่มีถนนคดเคี้ยวรายล้อม มีเนินหญ้าสีเขียวคั่นด้วยลำธาร และธรรมชาติแปลกตาดั่งเป็นที่อยู่อาศัยของนางฟ้าอันเป็นที่มาของชื่อ หนึ่งในเนินหิน เมื่อมองไกลๆ แลดูเหมือนซากประหักพังของวิหาร และสามารถปีนขึ้นไปชมวิวได้ด้วย

Image ©Gavin Hardcastle

Image from visitscotland.com

หลังจากที่ดื่มด่ำกับธรรมชาติมาทั้งวัน ก็ไปต่อกันที่ Dunvegan Castle ปราสาทหินที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 และได้มีการปรับปรุงในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ให้ตัวอาคารมาอยู่บนเนินเขาติดกับช่องน้ำทางทิศตะวันออกของทะเลสาบ Dunvegan นอกจากนี้ยังมีสวนดอกไม้สีสันสดใสตัดกับทิวทัศน์รอบ ๆ ช่วงเวลาเย็น ก่อนพระอาทิตย์จะตก เงาของปราสาทกระทบกับผืนน้ำของทะเลสาบเป็นภาพที่งดงามจริง ๆ

ปราสาทแห่งนี้ไม่เปิดให้เข้าชมในช่วงฤดูหนาว (ปิดทุกปีตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม ถึง 31 มีนาคม)

Image from visitscotland.com

Image from visitscotland.com

ปิดท้ายเกาะสกายด้วย Fairy Pool สระน้ำนางฟ้าหรือน้ำตกขนาดย่อมจากแม่น้ำ Brittle ที่แบ่งเป็นขั้น ๆ ไหลลงมาตามหุบเขาเกลนบริทเทิล (Glen Brittle) น้ำสีโทนน้ำเงินอมเขียวนั้นใสมากจนสามารถมองเห็นถึงก้นบ่อ อุณหภูมิของน้ำหนาวเย็นตลอดปี แต่ถ้าใครใจกล้าก็สามารถลงไปแช่ตัวในสระได้ ระยะทางจากลานจอดรถไปกลับ ถึงบริเวณสระแรกจะอยู่ที่ 2.4 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 40 นาที แนะนำว่าให้รอถึงช่วงเวลาก่อนพระอาทิตย์ตก แสงอาทิตย์จะลอดผ่านช่องเขาจากทางหลังลานจอดรถมายัง Fairy Pool ซึ่งไม่ว่าหันไปทางไหน ย้อนแสงหรือหาแสง ก็เป็นชั่วขณะที่รู้สึกว่าเป็นทัศนียภาพที่ตรึงตราตรึงใจอย่างที่สุด

 

Share This Articles
Input your search keywords and press Enter.