Now Reading:

เช้าจิบกาแฟ เย็นจิบไวน์ หลบไปพักท่ามกลางขุนเขา ‘เชียงใหม่’ ให้นานจนลืมกรุง

เคยสังเกตไหมว่า เวลาเดินทางไปแต่ละเมือง แต่ละประเทศ บางเมืองก็ทำให้เรานึกถึงคำว่า ‘ท่องเที่ยว’ ขณะที่บางเมืองก็ทำให้เรารู้สึกถึงคำว่า ‘พักผ่อน’ มากกว่า โดยสัดส่วนระหว่างสองคำนี้จะเป็นแบบไหน ขึ้นอยู่กับบุคลิกของเมืองนั้นๆ รวมถึงสถานที่ต่างๆ ในเมืองด้วย

แต่สำหรับบางเมืองกลับมีความพิเศษมากกว่านั้น เพราะทุกสิ่งที่ประกอบรวมกันเป็นเมืองนั้นให้ทั้งสองความรู้สึกกลมกลืนอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ในมุมหนึ่งก็ให้ประสบการณ์แปลกใหม่ ฉีกไปจากชีวิตประจำวันเดิมๆ ที่ดูจะเอนไปทางความหมายของการท่องเที่ยว แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความสบายใจ แบบที่ว่าไม่จะไปเยือนเมื่อไหร่ ก็ดูจะให้นิยามความหมายของการพักผ่อนที่ดีได้เสมอ

และหนึ่งในเมืองที่ทำให้เกิดความรู้สึกแบบนี้ก็คือ ‘เชียงใหม่’

ส่วนผสมที่กลมกล่อมระหว่างการท่องเที่ยวและการพักผ่อนทำให้เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีเสน่ห์ และเป็นเสน่ห์ที่ไม่ขึ้นอยู่กับฤดูกาล เพราะไม่ว่าจะเดือนไหน ฤดูใด เชียงใหม่ยังเป็นเมืองแรกที่อยู่ในใจของหลายคนเสมอเมื่อมีเวลาว่างให้พอจะวางงานได้มากกว่า 1 วัน ทั้งยังเป็นเสน่ห์ที่ชวนให้รู้สึกอยากหาเวลามาใช้ชีวิตที่นี่บ่อยๆ เท่าที่โอกาสจะอำนวย ไม่ใช่แค่เที่ยวฉาบฉวยครั้งเดียวแล้วก็จากกัน

เชียงใหม่ ทำให้ผู้มาเยือนเพลิดเพลินได้ด้วยสีสันจากร้านค้าและสถานที่ต่างๆ ในอำเภอเมือง ที่หลายแห่งดูทันสมัยจนมีคนเรียกว่าเป็นอีกร่างที่เนิบช้ากว่าของกรุงเทพฯ เพราะเจือด้วยความใจเย็นที่เป็นทั้งบุคลิกของคนเชียงใหม่และของเมือง

แต่สิ่งที่ทำให้คนหลงรักเชียงใหม่ไม่ได้มีแค่ความสวยเก๋เท่านั้น เพราะเมื่อพ้นเขตตัวเมืองไปเข้าสู่อำเภออื่นๆ อย่างเช่น แม่ริม ที่เป็นอำเภอเพื่อนบ้าน ก็กลับมีเสน่ห์อีกอย่าง ตรงที่แม้จะอยู่ในอ้อมกอดของภูเขา แต่ก็มีทุกอย่างที่เอื้อให้เราออกแบบวันพักผ่อนได้ตามต้องการ

เชียงใหม่

ลองคิดเล่นๆ ว่า จะมีความสุขแค่ไหนถ้าเราไม่ต้องเร่งร้อน เพราะไม่ว่าจะตื่นมาตอนไหนก็ได้เจอกับธรรมชาติและอากาศเย็นตลอดปี ทั้งยังไม่ต้องกังวลถึงเรื่องการจราจรหรือตารางงานที่แน่นเอี้ยด จะทำอะไรในแต่ละวันก็มีแต่ตัวเราเป็นคนกำหนด เป็นตารางชีวิตแบบที่ตักตวงความสุขได้จากวันว่างที่อยู่แนบชิดกับธรรมชาติของเชียงใหม่

หากนึกอยากออกจากที่พักที่สะดวกสบายไปทุกมุม แต่ยังอยากอยู่ใกล้กับสีเขียวสบายตาอยู่ เชียงใหม่ก็มีร้านอย่าง Anna Farm & Eatery ในแม่ริม ที่เลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่มีตามฤดูกาล มาเปลี่ยนเป็นเมนูอาหารรสชาติเข้มข้นถึงเครื่อง เหมาะกับทั้งมื้ออาหารจริงจังและการนั่งจิบกาแฟพร้อมกับหนังสือดีๆ สักเล่ม เพื่อชะลอความเร็วในการใช้ชีวิตด้วยวิวของท้องนาที่จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวชอุ่มเมื่อถึงฤดูทำนา

หรือหากอยากเบนเข็มมาให้เป็นการท่องเที่ยวมากขึ้น สถานที่ท่องเที่ยวอย่าง พระตำหนักดาราภิรมย์ ก็เป็นเหมือนตำราประวัติศาสตร์ในช่วงนั้นที่ให้เราได้รับรู้เรื่องราวและเห็นภาพของเชียงใหม่ในอดีตเมื่อร้อยปีก่อนผ่านสถานที่จริง ซึ่งอดีตเคยเป็นพระตำหนักของเจ้าดารารัศมี เจ้าหญิงแห่งราชวงศ์เหนือ ผู้ทรงเป็นพระราชชายาในพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เรือนไม้สองชั้น หลังคาทรงปั้นหยาซ้อนหลังนี้ สร้างขึ้นเมื่อราวปี พ.ศ.2470 และหลายสิบปีภายหลังจากที่เจ้าของตำหนักสิ้นพระชนม์ไป ที่นี่ก็เปลี่ยนหน้าที่มาเป็นพิพิธภัณฑ์บันทึกส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เมืองเหนือ

ใกล้กันยังมีวัดป่าดาราภิรมย์ ที่ทายาทของเจ้าดารารัศมีถวายที่ดินให้แก่วัด พระอารามหลวงแห่งนี้นอกจากจะมีความสำคัญทางศาสนาแล้ว ยังเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ของสถาปัตยกรรมล้านนาที่เป็นเอกลักษณ์ของเชียงใหม่อีกด้วย

หากการอยู่ท่ามกลางสีเขียวของต้นไม้ที่ตัดกับสีฟ้าโทนต่างๆ ของท้องฟ้าในแม่ริมสร้างความประทับใจจนทำให้นึกอยากจะเข้าใกล้ธรรมชาติยิ่งขึ้น ม่อนแจ่ม คือคำตอบของความรู้สึกนี้ เพราะ 40 นาทีจากตัวเมืองเชียงใหม่ และน้อยกว่านั้นหากเริ่มต้นจากในแม่ริมเอง ก็จะมาถึงพื้นที่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย บนพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,350 เมตร การใช้เวลาที่นี่ในช่วงนอกเทศกาลวันหยุดยาว ทำให้เส้นแบ่งระหว่างธรรมชาติและตัวเราจางลงจนแทบมองไม่เห็น ทิวทัศน์ที่มองไปไกลสุดสายตา ทำให้ที่นี่สวยเสมอ ไม่ว่าจะมาในช่วงเวลาใดของวัน

อย่างที่บอกว่าเสน่ห์ของแม่ริมคือธรรมชาติที่ขาดหายไปจากหลายเมืองใหญ่ แต่ก็ยังอยู่ใกล้กับความสะดวกสบายของตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เปิดเพลงฟังระหว่างขับรถไม่ทันครบอัลบั้ม ก็สามารถพาตัวเองมาอยู่ที่โรงแรมดาราเทวี พร้อมสั่งอาฟเตอร์นูนทีจาก Cake Shop ร้านขนมหวานขึ้นชื่อของโรงแรม ขนมและของว่างชิ้นเล็กๆ มากกว่า 20 ชิ้นในชุดน้ำชาและสถาปัตยกรรมล้านนาของโรงแรมเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ที่เมื่อนำมาประกอบกันก็ทำให้เห็นภาพการพักผ่อนในเชียงใหม่ที่มีทั้งความทันสมัยและกลิ่นอายของอารยธรรมที่สั่งสมมานับร้อยปีอยู่ในภาพเดียวกัน


เช่นเดียวกับ Palette ร้านอาหารเด่นในโรงแรม 137 Pillars ที่สวยด้วยอาคารสไตล์โคโลเนียล อาคารไม้หลังนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2432 เพื่อใช้เป็นบ้านพักของผู้จัดการบริษัทอีสต์บอร์เนียว บริษัทต่างชาติที่ได้รับสัมปทานในการทำป่าไม้ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยเมนูของที่นี่เน้นอาหารตะวันตกที่ปรับรสชาติให้ถูกปากคนไทย

หรือจะเลือกอร่อยแบบอบอุ่นที่ David’s Kitchen ที่เน้นอาหารฝรั่งเศสเมนูคลาสสิก ตั้งแต่สตาร์ทเตอร์จนถึงของหวาน โดยคงความเป็นตำรับไว้แต่เลือกใส่ลูกเล่นความเป็นเอเชียในส่วนผสมบางเมนู ซึ่งที่นี่นอกจากจะพิถีพิถันเรื่องอาหารแล้ว ยังขึ้นชื่อในความเอาใจใส่ในการบริการ ที่มีแม้กระทั่งการส่งเมล์ขอบคุณหลังจากมื้ออาหารในเย็นนั้น

เมื่อกลับมาที่แม่ริมอีกครั้งหลังพระอาทิตย์ตกดิน ความสงบในละแวกนี้ก็ยิ่งขับให้ความหมายของการพักผ่อนที่แท้จริงชัดเจนยิ่งขึ้น อากาศที่เย็นลงกว่าตอนกลางวันและท้องฟ้าที่มองเห็นดวงดาวทำให้แม้จะอยู่ในที่พัก ก็เป็นโบนัสพิเศษจากธรรมชาติของที่นี่

เชียงใหม่

เชียงใหม่

ความเป็น ‘แม่ริม’ ที่มีทุกอย่างครบสำหรับการพักผ่อนและไม่ไกลจากสถานที่ท่องเที่ยว ทำให้ไม่น่าแปลกใจที่ที่นี่เป็นทำเลทองของโรงแรมและรีสอร์ท รวมถึงบ้านพักตากอากาศส่วนตัวอย่าง ‘วิลล่าตากอากาศโป่งแยง’ ที่จะทำให้แม่ริมเป็นความสุขได้ทุกครั้งที่มา เพราะเมื่อย้ายความสะดวกสบายทุกอย่างที่ต้องการมาไว้ในบ้านที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดหายไปจากชีวิตประจำวันในเมือง ก็ทำให้เรากำหนดความหมายของการพักผ่อนด้วยตัวเองได้ทุกเมื่อ และสามารถเลือกใส่ส่วนผสมที่เป็นการท่องเที่ยวได้ตามความชอบ

หรือในอีกความหมายหนึ่ง การมีพื้นที่ของตัวเองในอ้อมกอดของธรรมชาติแบบนี้ ก็ทำให้ทุกเวลาที่นี่คือการพักผ่อนอยู่ในตัว ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของบ้าน เมื่อมองออกไปเห็นสีเขียวสดของภูเขา ก็ทำให้ยิ้มได้อย่างสบายใจกับการใช้ชีวิตในแบบที่เราเลือกได้เอง


Sponsored by

โครงการ Pongyang  Vingt
เบอร์โทร +662 688 7555, +662 866 5777
Email  csagency@plus.co.th

Share This Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Input your search keywords and press Enter.