Now Reading:

สถาปัตยกรรมญี่ปุ่น ความเรียบง่ายแต่ลึกล้ำที่ทำให้เราต้องกลับไปเที่ยวอีกเสมอ

สถาปัตยกรรมญี่ปุ่น ความเรียบง่ายแต่ลึกล้ำที่ทำให้เราต้องกลับไปเที่ยวอีกเสมอ

“เรารักอะไรในความเป็นญี่ปุ่น”

คำถามนี้อาจจะเกิดขึ้นในหัวของนักเดินทางหลายคนที่มักถามตัวเองว่าทำไมถึงอยากมาเที่ยวประเทศนี้ซ้ำๆ นัก … แน่นอนว่าคำตอบของแต่ละคนแตกต่างกัน บางคนหลงรักอาหาร บางคนหลงรักวัฒนธรรม แฟชั่น เกม มังงะ ภาพยนตร์ ดนตรี บ้างก็หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ไปแล้วไปอีกครบทุกฤดู แต่สิ่งหนึ่งที่สร้างความประทับใจ และทำให้หลายคนหลงใหลได้เนียนๆ แบบไม่รู้ตัว ก็คือ ‘สถาปัตยกรรมญี่ปุ่น’ นั่นเอง

ความเรียบง่าย ความใส่ใจในรายละเอียด ความอ่อนน้อมต่อธรรมชาติและเคารพประวัติศาสตร์ ความฉลาดในการสร้างกลไกให้พื้นที่จำกัดเกิดประโยชน์ใช้สอยสูงสุด ตลอดจนความประณีตของงานฝีมือ คือสิ่งที่พบได้เสมอจากงานออกแบบและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นจนเหมือนเป็น DNA ประจำชาติไปแล้ว ไม่ว่าเราจะเดินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ล้ำสมัยหรือแค่คาเฟ่มุมถนน แต่ละสถานที่ก็มักจะมอบความรู้สึกเฉพาะตัวบางอย่างให้ผู้มาเยือนประทับใจ และทุกๆ ครั้งที่ได้กลับไปญี่ปุ่น ก็มักจะต้องมีสิ่งใหม่ๆ ให้เราได้หลงเสน่ห์อยู่เสมอ

มาอัพเดตกันว่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ ญี่ปุ่นมีสถานที่ที่โดนเด่นด้านสถาปัตยกรรมใหม่ๆ ที่ไหนน่าเที่ยวกันบ้าง

 

— เกียวโต —

PASS THE BATON – Gion Kyoto

ccnoblegablekanso_02passthebaton01

กิอน (祇園 / Gion) เป็นย่านการค้าและย่านแห่งเกอิชาที่เลื่องชื่อของเกียวโตมานานจนถึงยุคนี้ ตามถนนอิฐสายเก่าแก่ในย่านนี้เรามีโอกาสจะเห็นเกอิชาตัวจริงที่แต่งตัวประณีตทุกกระเบียดนิ้วตามแบบโบราณเดินปนเปกับผู้คนยุคปัจจุบันที่แต่งตัวง่ายๆ สบายๆ ไม่เรื่องมาก เช่นเดียวกันกับที่เราอาจเห็นบ้านเก่าโบราณแต่ตกแต่งป้ายร้านด้วยไฟนีออนสมัยใหม่ นั่นล่ะเสน่ห์ของกิอน

ccnoblegablekanso_02passthebaton15

ccnoblegablekanso_02passthebaton06

อีกหนึ่งเสน่ห์น่าสนใจแห่งกิอนที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อช่วงปลายปี 2015 ที่ผ่านมา (แถมได้รับความสนใจไปทั่วโลก) ก็คือร้านนี้ที่เป็นการปะทะกันระหว่าง “เก่า-เจอ-ใหม่” ได้อย่างลงตัว สถาปัตยกรรมผสมผสาน Traditional Design & Modern Design นี้เป็นการหยิบเอาห้องแถวไม้เก่าแบบญี่ปุ่นโบราณซึ่งเรียกว่า “มะชิยะ (町屋 หรือ 町家 / Machiya)” ที่มีอายุกว่า 120 ปี มารีโนเวทใหม่ ตัวบ้านภายนอกยังคงเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้ไม่เปลี่ยน แต่ภายในตกแต่งใหม่หมด เป็นการผสมผสานรายละเอียดบ้านญี่ปุ่นโบราณให้เข้ากับการออกแบบในสไตล์โมเดิร์นอย่างลงตัว อย่างเช่น การใช้ประตูบานเลื่อนที่เป็นเอกลักษณ์การแบ่งสัดส่วนบ้านได้อย่างมีประโยชน์, การซ่อนบันไดขึ้นชั้นบน, การใช้พื้นปูนผสมพื้นไม้, การใช้เทคนิคฉากบังตา, การหยิบเอาตู้เก่ามารีโนเวทให้เป็นชั้นโชว์สินค้าใหม่เก๋, หรือแม้กระทั่งการคงชานบ้านในแบบสมัยก่อนไว้ เป็นต้น ผลงานที่น่าปรบมือให้นี้ไม่ใช่ฝีมือของใครอื่นเพราะผู้ออกแบบก็คือ Masamichi Katayama แห่ง Wonderwall บริษัทตกแต่งภายในของญี่ปุ่นที่โด่งดังระดับโลกและเคยฝากผลงานเก๋ๆ ไว้มากมายนั่นเอง

ccnoblegablekanso_02passthebaton04

เอกลักษณ์ความเก่าผสมใหม่นี้ยังสะท้อนถึงสินค้าที่ขายภายในร้านนี้ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะเอกลักษณ์ของร้าน PASS THE BATON ซึ่งหมายถึง “การส่งไม้ต่อ” คือการบอกเล่าเรื่องราวที่มาที่ไปตลอดจนความประทับใจต่อสินค้าแต่ละชิ้นโดยเจ้าของเดิม พร้อมลงชื่อไว้บนป้ายฉลาก เพราะนี่ไม่ใช่เป็นแค่การขายของมือสองธรรมดา แต่เป็นการส่งคุณค่าจากอีกคนหนึ่งสู่คนนึงเลยทีเดียว

PASS THE BATON สาขาแรกเปิดตัวในปี 2009 ที่ย่าน Marunouchi ในโตเกียว สาขาที่สองเมื่อปี 2010 ที่ Omotesando ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้คนรู้จักร้านนี้และโด่งดังขึ้นมาในวงกว้างไปถึงนอกญี่ปุ่น และที่กิอนเป็นสาขาที่สาม และถือว่าเป็นสาขาแรกที่เปิดตัวนอกโตเกียว

 

— โตเกียว —

JINS Ageo Shop

ccnoblegablekanso_04jinsageo01

JINS เป็นร้านแว่นตาญี่ปุ่นชื่อดังที่เมื่อเดือนสิงหาคม 2016 ที่ผ่านมาเพิ่งจะเปิดตัวโปรเจกต์ร้านใหม่ในโอกาสฉลองครบรอบ 12 ปีของแบรนด์ ร้าน JINS สาขาที่ว่านี้ตั้งอยู่ในเขตอเกโอะ (上尾 / Ageo) ของ จ.ไซตามะ (ที่อยู่ติดกับโตเกียว) แล้วที่มันโด่งดังไปทั่วโลกก็เพราะนี่เป็นผลงานการออกแบบโดย Jo Nagasaka ผู้ก่อตั้ง Schemata Architects บริษัทสถาปนิกญี่ปุ่นรุ่นใหม่ที่ดังระดับสากลที่ทุกคนรู้จักกันดีนั่นเอง

ccnoblegablekanso_04jinsageo03_re

อันที่จริงโปรเจ็กต์นี้ไม่ใช่การสร้างร้านขึ้นมาใหม่แต่เป็นการรีโนเวทร้านเก่าให้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งในกลิ่นอายของงานดีไซน์แบบ Modern Japanese เอกลักษณ์ดั้งเดิมที่โดดเด่นของสาขานี้ก็คือการวางแปลนอาคารเป็นรูปตัว L สองหลังหันมาประกบกัน โดยพื้นที่ว่างรูปสี่เหลี่ยมตรงกลางจัดเป็นสวนขนาดเล็ก เอกลักษณ์ตรงนี้ยังถูกคงไว้แบบเดิมเช่นเดียวกันกับโครงสร้างไม้เก่า แต่ก็เปิดเปลือยให้เห็นเสน่ห์ของโครงสร้างอาคาร ผนังทึบถูกเปลี่ยนเป็นผนังกระจกใสทั้งสองด้านที่ใช้กระจกแบบ Low-E Glass คุณภาพสูง ควบคุมเรื่องแสงและอุณหภูมิได้ดี เห็นทะลุร้านผ่านไปยังสวนตรงกลาง สะท้อนการมองเห็นที่ชัดเจนและเคลียร์เหมือนกับคุณสมบัติที่ดีของแว่นตานั่นเอง นอกจากนี้ยังเป็นการออกแบบเพื่อให้พื้นที่ภายในอาคารสามารถเปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังเป็นประโยชน์ต่อการวัดและตัดสายตาอีกด้วย แล้วก็ยังทำให้ร้านสว่าง ดูโล่งโปร่งสบาย

ccnoblegablekanso_04jinsageo09_re2

ccnoblegablekanso_04jinsageo08_re

La Kagu

ccnoblegablekanso_05lakagu04

หัวใจของการออกแบบสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นที่น่ายกย่องอีกอย่างก็คือการใส่ใจออกแบบพื้นที่เพื่อสาธารณะ (Public Space) ที่โดดเด่นไม่แพ้ตัวอาคารและการตกแต่งภายใน หนึ่งในแหล่งแฮงค์เอาท์ใจกลางโตเกียวที่เราจะพาไปรู้จักในวันนี้คือ Community mall ที่มี Public Space โดดเด่นไม่แพ้สถาปัตยกรรมทีเดียว

ccnoblegablekanso_05lakagu07

เจ้าของโปรเจกต์นี้ก็คือสำนักพิมพ์ Shinchosha Publishing ที่หยิบเอาโกดังเก็บสินค้าเก่าอายุกว่า 50 ปี ในย่านคากุระซากะ (神楽坂 / Kagurazaka) มารีโนเวทใหม่ซึ่งการรีโนเวทโกดังสินค้านี้กำลังเป็นเทรนด์นิยมในญี่ปุ่นช่วง 3-5 ปี ที่ผ่านมานี้ จากโกดังเก่าเปลี่ยนโฉมมาเป็น Community mall น่าเดินน่าแฮงค์เอาท์ ที่มีตั้งแต่ร้านแฟชั่น, ของตกแต่งบ้าน, ร้านหนังสือ, คาเฟ่เก๋ๆ, ไปจนถึงหนึ่งในไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ sōko พื้นที่ Event Space ที่มักจะมีกิจกรรมดีๆ เกิดขึ้นเสมอ

ccnoblegablekanso_05lakagu06

ccnoblegablekanso_05lakagu11

ccnoblegablekanso_05lakagu13

ความโดดเด่นของ La Kagu อยู่ที่การผสมผสานความเก่า ความเก๋า และความใหม่ เข้าด้วยกัน โครงสร้างตลอดจนพื้นผิวอาคารยังคงความเป็นโกดังเช่นเดิม แต่แทรกความทันสมัยในรูปแบบ Minimal ลงไป ด้านในดูจะเป็นกลิ่นอาย Modern Industrial Loft ที่โชว์โครงเหล็กแบบเรียบหรูอย่างมีเสน่ห์ แต่สิ่งที่สะดุดตาชวนนั่งเล่นก็คือลานไม้เล่นระดับในแบบ Modern Japanese ที่ถูกออกแบบมาให้เป็น Public Space เอนกประสงค์ที่น่าสนใจ แล้วถ้ายิ่งบอกชื่อสถาปนิกที่ออกแบบโครงการนี้ก็จะยิ่งหายสงสัยในความโดดเด่นนี้ไปใหญ่เพราะผู้ที่ออกแบบก็คือ KENGO KUMA AND ASSOCIATES บริษัทสถาปนิกญี่ปุ่นที่โด่งดังระดับโลกซึ่งมีอัตลักษณ์ (โคตร) เด่นเรื่องการใช้ไม้มาสร้างสรรค์งานในรูปแบบ Modern Japanese ที่สะท้อนความเป็นสากลขณะเดียวกันก็แฝงความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างดีเยี่ยมในตัวนั่นเอง

 

— นาโอชิมะ —

Naoshima Hall

ccnoblegablekanso_07naoshimahall05

มาถึงวันนี้หลายคนคงรู้จักแหล่งศิลปะเบอร์หนึ่งของญี่ปุ่นอย่างเกาะศิลปะนะโอชิม่า (Naoshima) ที่ตั้งอยู่ในเขตทะเลเซโตะใน (Seto Inland Sea) จ.คากาวะ กันเป็นอย่างดีแล้ว สิ่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อไปพร้อมๆ กับงานศิลปะบนเกาะนี้ก็คืองานสถาปัตยกรรมที่นับตั้งแต่ปี 1970 เป็นต้นมา มีการสร้างสรรค์ผลงานขึ้นบนเกาะเล็กๆ นี้ไม่น้อยกว่า 20 อาคาร ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผลงานโดดเด่นจากฝีมือสถาปนิกระดับเทพของญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงระดับสากล ตั้งแต่ Tadao Ando, SANAA, Sou Fujimoto, Kazuhiro Ishii และ Hiroshi Sambuichi ซึ่งสถาปนิกคนหลังสุดนี้ก็คือเจ้าของผลงานล่าสุดของเกาะที่กำลังได้รับความสนใจไปทั่วโลกกับโปรเจกต์ Naoshima Hall หอประชุมที่สะท้อนเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมญี่ปุ่นที่เรียบง่าย สง่างาม อรรถประโยชน์ และสิ่งสำคัญที่สุดของปรัญชาสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นก็คือการกลมกลืนกับธรรมชาตินั่นเอง

ccnoblegablekanso_07naoshimahall03

ccnoblegablekanso_07naoshimahall01_re

Naoshima Hall เป็นหอประชุมอเนกประสงค์ของชุมชนที่ตั้งอยู่ในเขตฮอนมูระ (Honmura) ของเกาะ ผลงานนี้เป็นฝีมือการออกแบบของสถาปนิกคลื่นลูกใหม่ของญี่ปุ่นที่ฝีมือระดับเซียนอย่าง Hiroshi Sambuichi เอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของเขาก็คือสร้างสิ่งแวดล้อมให้อยู่ร่วมกลมกลืนกับธรรมชาติ และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการออกแบบสถาปัตยกรรมของสถาปนิกผู้นี้ก็คือการศึกษาเรื่อง สภาพอากาศ, แสง และ ทิศทางลม ของท้องถิ่นนั้นๆ สำหรับนะโอชิม่าเองด้วยความที่อยู่กลางทะเล ลมพัดโกรกตลอดเวลา มีแสงจากธรรมชาติที่ดี เขาเลยนำมาเป็นข้อมูลพื้นฐานในการออกแบบหอประชุมอเนกประสงค์ในครั้งนี้ โดยสถาปัตยกรรมนั้นเป็นแบบ Modern Traditional Japanese ที่หยิบเอาเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมโบราณมาผสมผสานกับความทันสมัยของสถาปัตยกรรมยุคปัจจุบัน

ccnoblegablekanso_07naoshimahall04_re

ccnoblegablekanso_07naoshimahall06

จุดเด่นของสถาปัตยกรรมนี้ที่เห็นได้ชัดมากเป็นจะเป็นจั่วหลังคาแบบญี่ปุ่นซึ่งเป็นการหยิบเอาเอกลักษณ์ดั้งเดิมมาใช้ผ่านการออกแบบสมัยใหม่ที่เป็นเส้นสายเรียบง่ายไม่ซับซ้อน ใช้วัสดุมันวาวมุงหลังคา และจั่วขนาดใหญ่ด้านบนนั้นออกแบบไว้เพื่อเปิดรับลมธรรมชาติที่มีการออกแบบให้ลมไหลเวียนสู่ภายในตัวอาคารไว้อย่างดีเยี่ยม การทาสีขาวที่จั่วตลอดจนเพดานภายในนั้นก็เพื่อสะท้อนแสงธรรมชาติส่องมาในอาคารแต่เป็นแสงที่นวลตา ภายในเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ที่ปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ แต่การตกแต่งเป็นรูปแบบเดียวกับอาคารญี่ปุ่นโบราณที่ใช้งานไม้อย่างมีเสน่ห์

ccnoblegablekanso_07naoshimahall07

Naoshima Hall เพิ่งจะสร้างเสร็จหมาดๆ เมื่อปี 2015 และเปิดให้ชมเป็นสาธารณะครั้งแรกในเทศกาลศิลปะชื่อดังของหมู่เกาะแถบทะเลเซโตะในอย่าง Setouchi Triennale 2016 นี้ (เทศกาลฤดูใบไม้ร่วงจัดระหว่างวันที่ 8 ต.ค.-6 พ.ย.
2016) โดย Naoshima Hall เป็นหนึ่งในสองสถาปัตยกรรมใหม่ที่เกิดขึ้นบนเกาะแห่งนี้ซึ่งทั้งคู่ออกแบบโดย Hiroshi Sambuichi นั่นเอง แล้วสถานที่นี้ยังจะเป็นสถานที่จัดแสดง Naoshima Architectures + The Naoshima Plan นิทรรศการที่เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมบนเกาะนะโอชิม่าซึ่ง Naoshima Hall จะเป็นที่จัดแสดง The Naoshima Plan นิทรรศการที่แสดงถึงวิสัยทัศน์ในการออกแบบสถาปัตยกรรมใหม่ทั้งสองนั่นเอง

 

— โทยามะ —

TOYAMA KIRARI

ccnoblegablekanso_08toyamahikari01

โทยามะ (富山 / Toyama) เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางตอนกลางของญี่ปุ่น แหล่งท่องเที่ยวดังที่เป็นไฮไลท์คนชอบไปกันก็คือกำแพงหิมะ (Snow Wall) สูงชันสองข้างถนนบนเส้นทาง Tateyama Kurobe Alpine Route (立山黒部アルペンルート) แห่งเทือกเขา Japan Alps ที่เชื่อมระหว่าง จ.โทยามะ และ จ.นากาโน่ นั่นเอง แล้วสิ่งที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้อีกอย่างก็คืองานศิลปะที่ทำจากแก้ว ความสร้างสรรค์นี้เป็นที่ไปที่มาของคอนเซ็ปต์ในการออกแบบตึก TOYAMA KIRARI (キラリ) ที่ตั้งอยู่โดดเด่นใจกลางเมือง และกลายเป็นสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นที่น่าจับตาล่าสุด

ccnoblegablekanso_08toyamahikari02

ccnoblegablekanso_08toyamahikari08

TOYAMA KIRARI (キラリ) เพิ่งจะเปิดตัวไปเมื่อปี 2015 ตึกแห่งนี้เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์แก้วศิลปะอย่าง TOYAMA GLASS ART MUSEUM (富山市ガラス美術館) และห้องสมุดสาธารณะประจำจังหวัด ในส่วนของพิพิธภัณฑ์แก้วศิลปะนั้นจัดแสดงกระจายตัวตามจุดต่างๆ ครอบคลุมถึง 6 ชั้น และมีห้องนิทรรศการถาวรอยู่ที่ชั้น 4 อีกแห่ง ตลอดจนห้องจัดแสดงพิเศษที่ชั้น 2 และ 3 เป็นต้น นอกจากนี้ภายในก็ยังมี Café และร้านอาหารเก๋ๆ ให้แฮงค์เอาท์กันอีกด้วย

ccnoblegablekanso_08toyamahikari12

ccnoblegablekanso_08toyamahikari11

สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเริ่มตั้งแต่ภายนอกที่นำเอากระจกแผ่นแนวยาวทั้งทึบและใสมาวางเป็น façade หน้าอาคารอย่างมีเอกลักษณ์สะท้อนถึงกำแพงหิมะของโทยามะและยังบ่งบอกถึงเมืองนี้ที่เป็นแหล่งผลิตแก้วที่สำคัญ ภายในอาคารนำไม้สนซีดาร์ท้องถิ่นที่มีมากในจังหวัดนี้มาตกแต่งอาคารให้เกิดเส้นสายทางสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเส้นทะแยงมุมที่เกิดจากการวางไม้ให้เป็นเอกลักษณ์ของอาคารนี้แล้วยังสื่อถึงความชันของภูเขาที่รายล้อมจังหวัดนี้ไปในตัว พื้นที่กลางอาคารถูกปล่อยโล่งไปจนถึงหลังคาที่ออกแบบให้เป็นกระจกขุ่นที่รับแสงธรรมชาติแล้วปรับเป็นแสงนุ่มนวลส่องลงมาในอาคาร ให้ความรู้สึกอบอุ่น แล้วให้สัมผัสเดียวกับแสงธรรมชาติที่ส่องลงสู่พื้นดินในป่าใหญ่ซึ่งมีต้นสนซีดาร์เป็นผู้กรองแสงตามธรรมชาตินั่นเอง ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นผลงานการออกแบบของสถาปนิกขั้นเทพแห่งญี่ปุ่นอย่าง Kuma Kengo (KENGO KUMA AND ASSOCIATES) ที่หยิบเอาเอกลักษณ์ของจังหวัดและวัสดุขึ้นชื่อของท้องถิ่นมาสร้างแลนด์มาร์กที่สะท้อนตัวตนของที่นี่ได้อย่างดีเยี่ยมทีเดียว


Sponsored by

เสน่ห์เฉพาะตัวที่ชักชวนให้เรากลับไปเยือนญี่ปุ่นอยู่เรื่อยๆ ไม่ได้สร้างแค่ความประทับใจให้กับทริปการเดินทาง แต่หลายต่อหลายคนซึมซับแนวความคิดด้านการออกแบบของญี่ปุ่นกลับมาประยุกต์ใช้กับการตกแต่งบ้าน ตลอดจนห้างร้าน และโครงการที่อยู่อาศัย ซึ่งล่าสุด โนเบิล ได้นำเอกลักษณ์การออกแบบสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นมาถ่ายทอดในโครงการโนเบิล เกเบิล คันโซ วัชรพล บ้านสไตล์ญี่ปุ่น ภายใต้คอนเซปต์ “คิดอย่างเซน อยู่อย่างเซน”ได้อย่างน่าสนใจ

dscf0716

dscf0733

โนเบิล เกเบิล คันโซ วัชรพล เป็นคอนเซ็ปต์การอยู่อาศัยในรูปแบบการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ ในบรรยากาศที่สงบผ่อนคลาย เพื่อให้เรามีที่ว่างสำหรับพักผ่อนจิตใจ พร้อมกับสัมผัสสุนทรียะของธรรมชาติรอบข้างได้ง่ายและลุ่มลึกขึ้น ปรัชญาในการออกแบบที่พักอาศัยในแบบวิถีชีวิตญี่ปุ่นสามารถสัมผัสได้ในทุกรายละเอียดของแบบบ้าน เช่น หลังคาหน้าจั่วที่ออกแบบอย่างเรียบง่ายแต่มีอรรถประโยชน์ในการกันแดด ลม ฝน และประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ เปิดช่องแสงให้มากขึ้นเพื่อรับแสงธรรมชาติเข้าสู่ตัวบ้าน

dscf0490

dscf0633

การออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้มีอรรถประโยชน์ทุกพื้นที่ เช่น ออกแบบผนังบานเลื่อนเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บของ หรือแม้แต่การซ่อนสิ่งต่างๆ ไม่ให้รกสายตา ทำให้บ้านมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงามมากยิ่งขึ้น เป็นต้น การใช้วัสดุธรรมชาติแท้เพื่อให้สัมผัสที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติได้ดียิ่งกว่า การเชื่อมพื้นที่ส่วนต่างๆ ของบ้านให้เชื่อมต่อกันอย่างลงตัว หรือแม้แต่การใส่ใจพื้นที่ด้านข้างตัวบ้านที่กว้างขวาง ร่มรื่น ให้ผู้อยู่อาศัยได้ออกแบบพื้นที่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้มากที่สุด

dscf0567

dscf0652

dscf0752

dscf0551

ใครที่เที่ยวญี่ปุ่นไม่จุใจ กลับมาแล้วยังอยากใช้ชีวิตอยู่ในบรรยากาศที่น่าหลงใหล สามารถไปสัมผัสบรรยากาศจริงที่โครงการได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.noblehome.com/gable-kanso

Share This Articles
Input your search keywords and press Enter.