Now Reading:

‘โฮจิมินห์’ วันนี้มีอะไรมากกว่าที่คิด Discover The Unexpected in HCMC

‘โฮจิมินห์’ วันนี้มีอะไรมากกว่าที่คิด Discover The Unexpected in HCMC

‘โฮจิมินห์’ วันนี้ เต็มไปด้วยพื้นที่กิจกรรมสำหรับความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ตั้งแต่ art/creative space อย่างเช่น A3, Saigon Outlast หรือศูนย์ศิลปะอย่าง The Factory Contemporary Art ไปจน flea market สินค้าแฟชั่นอย่าง The New District ไม่ว่าจะ co-working space, thrid wave coffee หรือ microbrewery หรืออะไรก็ตามที่อยู่ในนิยามความฮิปแบบชีวิตเมืองล้วนแล้วแต่หาได้ที่โฮจิมินห์

The Cafe Apartment

คาเฟ่ ถือเป็น Third Place ประจำชาติของชาวเวียดนามเลยก็ว่าได้ ทุกวันเสาร์อาทิตย์ร้านกาแฟทั่วโฮจิมินห์จะอัดแน่นไปด้วยผู้คนตั้งแต่ร้านดีไซน์สวยในบ้านตึกไปจนร้านเก้าอี้เตี้ยริมถนน หากจะว่ากันตามตรง วัฒนธรรมคาเฟ่ของเวียดนามไม่ได้เพิ่งก่อตัวขึ้นมาตามกระแสฮิปสเตอร์เหมือนบ้านเรา เพราะชาวเวียดนามใช้ร้านกาแฟเป็นพื้นที่พบปะทางสังคมกันมานานมากจนชาวเวียดนามเองคงเลิกนับไปแล้วว่าตั้งแต่เมื่อไหร่

ชาวไซ่ง่อนนิยมการนั่งคาเฟ่มากแค่ไหน หยั่งได้ไม่ยากจากจำนวนคาเฟ่ตามถนนที่กวาดตาไปทางไหนก็ต้องเห็น ที่นี่มีกระทั่งตึกอพาร์ตเมนต์ที่อัดแน่นไปด้วยร้านกาแฟที่คุณสามารถได้วิวแบบนี้

หรือทิวทัศน์เมืองโฮจิมินห์แบบนี้

และจิบชากาแฟหน้าตาประมาณนี้

The Cafe Apartment คือชื่อตรงตัวที่ไม่ต้องอธิบายมากก็พอจะรู้ได้ว่าข้างในขายอะไร
อาคาร 9 ชั้นหลังนี้เคยถูกใช้เป็นหอพักเจ้าหน้าที่ทหารและรัฐบาลในช่วงสงครามเวียดนามเมื่อ 60 กว่าปีก่อน และถูกเปิดเป็นแหล่งแฮงเอาท์สำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีทั้งคาเฟ่ ร้านค้า ห้องสมุด co-working space ที่เปิดกันตั้งแต่เช้ายันดึก ระเบียงคาเฟ่บนตึกนี้ถือเป็นจุดชมวิวบรรยากาศดีอีกแห่งของโฮจิมินห์ ที่สามารถมองเห็นทั้งตัวเมืองและแม่น้ำไซ่ง่อน

Saigon Outcast

ปัจจุบันชาวโฮจิมินห์ยังคงเรียกเมืองบ้านเกิดของตนเองว่า ‘ไซ่ง่อน’ ด้วยชื่อเดิมที่คุ้นใจกว่า แต่แน่นอนว่าเมื่อกระแสโลกพัฒนาไป เมืองใหญ่อย่างโฮจิมินห์ก็มีมุมใหม่ๆ เกิดขึ้นตามวัฒนธรรมย่อยที่ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นมาฉายแสงตามยุคสมัย

ดนตรีสด, ปาร์ตี้ดีเจ, สตรีทอาร์ต, ตลาดนัดของทำมือ, งานฉายภาพยนตร์กลางแจ้ง, ฯลฯ กิจกรรม ’อินดี้’ เหล่านี้ดึงดูดชาวไซ่ง่อนรุ่นใหม่และชนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในโฮจิมินห์ให้มารวมตัวกันที่ชุมชนคนนอกกระแสที่มีชื่อว่า Saigon Outcast พื้นที่บรรยากาศใกล้เคียงชายหาด ที่มีทั้งแรมป์สเก็ตบอร์ด ผาจำลอง กำแพงกราฟิตี้ ซึ่งเรียกตัวเองว่าเป็น cultural space สำหรับคนสร้างสรรค์ แม้ความดิบเซอร์ของตู้คอนเทนเนอร์ที่ถูกวางตกแต่งพื้นที่อยู่ จะทำให้บรรยากาศของที่นี่ดูไม่ค่อยไซ่ง่อนเท่าไหร่เมื่อเทียบกับบรรยากาศโดยรวมของตัวเมืองส่วนอื่น แต่ก็อาจจะเหมะสมตามโจทย์ดีแล้ว ไม่อย่างนั้นชนกลุ่มน้อยผู้สร้างที่นี่ขึ้นมาคงไม่เรียกตัวเองว่า Saigon Outcast ตั้งแต่แรก

ภาพ: Saigon Outcast

 

Cầu Ánh Sao (Starlight Bridge)

สองสิ่งที่มักถูกใช้ชี้วัดคุณภาพการวางแผนพัฒนาเมือง คือความใส่ใจในพื้นที่ทางเท้าสำหรับประชาชน และการให้คุณค่างานออกแบบทางสถาปัตยกรรม เรามักเห็นกันว่าเมืองที่เจริญแล้วส่วนใหญ่จะมีสะพานคนเดินดีไซน์สวยถูกสร้างขึ้นทั้งเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางสำหรับคนเดินเท้า (ในพื้นที่ที่จำเป็น) และเพื่อเป็นหน้าเป็นตาให้กับเมืองไปด้วยในตัว

ภาพ: Trung Kien Ta (via Flickr)

สะพานอย่าง Millenium Bridge (ลอนดอน, อังกฤษ), Gateshead Millennium Bridge (เกตส์เฮด, อังกฤษ), Puente de la Mujer (บัวโนสไอเรส, อาร์เจนติน่า) กลายเป็นแลนด์มาร์กประจำเมือง และสะพานดีไซน์เท่อย่าง Passerelle Simone-de-Beauvoir (ปารีส, ฝรั่งเศส) Hovenring (ไอนด์โฮเวน, เนเธอร์แลนด์) Moses Bridge (ฮาลสเตเรน, เนเธอร์แลนด์) ก็แสดงถึงพลังความสร้างสรรค์ของเมืองนั้นๆ สำหรับกรุงเทพเองเราก็มีสะพานข้ามแยกสาทรเชื่อม BTS ที่หลายคนตั้งชื่อเล่นให้ว่าสะพานเกาหลี ส่วนนครโฮจิมินห์เอง ก็มีสะพานคนเดินที่ชื่อว่า Starlight Bridge (Cầu Ánh Sao) ซึ่งจะฉายแสงสวยงามในยามค่ำคืน

ภาพ: Asia Film Fixer

สะพานแสงดาวแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเขตธุรกิจ Phu My Hung ที่เขต 7 ของนครโฮจิมินห์ ตรงส่วนโครงการทางเดินริมน้ำรูปวงพระจันทร์ที่เรียกว่า The Crescent ซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ทันสมัยของเขตนี้ที่มีคนพักอาศัยและสัญจรไปมามากมาย ในเวลากลางคืน Starlight Bridge จะเปิดไฟตามพื้นเป็นจุดระยิบระยับเหมือนดวงดาว และเล่นแสงสีให้ล้อกับน้ำตกสองข้างสะพานอย่างสวยงาม กลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมทั้งสำหรับชาวเมืองและนักท่องเที่ยว

Queen Hall

Queen Hall เป็นสถานที่จัดอีเวนต์ขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองนิดเดียว ศิลปินและดีเจจากต่างประเทศมากมายหมุนเวียนกันมาจัดปาร์ตี้คอนเสิร์ตที่นี่ ตั้งแต่วงอินดี้ ไปจน EDM ยัน Trance และแน่นอนว่าศิลปินจากไทยเราก็เคยไปเช่นกัน

ล่าสุดแบรนด์สัญชาติไทยอย่าง ‘ช้าง’ ก็ได้ยกพลคนไทยไปจัดกิจกรรม Chang Urban Pulse นำเสนออัตลักษณ์ไทยในบริบทใหม่ให้ชาวไซ่ง่อนได้มันส์กันถึงนครโฮจิมินห์ ในคอนเซ็ปต์ ‘Discover the Unexpected Experience’ มอบประสบการณ์เหนือความคาดหมาย ผ่านการแสดงสตรีทอาร์ต 4 ประเภท ได้แก่ บีบอย บีทบ็อกซ์ แร็พ และมวยไทยตั้งแต่การแบทเทิลระหว่างทีมบีบอยไทย 99Flava กับ Big South ทีมบีบอยเวียดนามและโชว์จากแร็พเปอร์เวียดนาม Suboi และ Wowy รวมไปถึงดีเจชื่อดังของเวียดนาม อย่าง DJ Minh Tri (Red Antz) และ DJ King Lady

นอกจากนี้ ความพีคที่เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมทั้งฮอล์ คือ ‘มวยไทย’ ที่นับเป็นไฮไลท์ของงานครั้งนี้ นำโดย Buakeaw Sutai และ Kai Van Lek สองนักมวยไทยหน้าใหม่ไฟแรง พบกับ Nguyen Thi Thanh Truc และ Thanh Tung นักมวยดาวรุ่งสายเลือดเวียดนาม

ติดตามการเรื่องราวและบรรยากาศงาน Chang Urban Pulse จากศิลปินไทยที่กำลังมาแรงอย่าง RAP IS NOW (NIL LHOHITZ, BLACKSHEEPRR, REPAZE) ได้จากคลิปนี้

Share This Articles
Input your search keywords and press Enter.